มาตรฐานการคัดเลือกและอบรมผู้ดูแล
เราให้ความสำคัญกับการคัดเลือก อบรม และประเมินผู้ดูแลก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ครอบครัวและโรงพยาบาลมั่นใจได้ว่าผู้ดูแลมีความพร้อมทั้งด้านทักษะ ความรับผิดชอบ และทัศนคติในการดูแล
มาตรฐานก่อนรับผู้ดูแลเข้าระบบ
ทุกขั้นตอนถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการดูแล และสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับบริการตั้งแต่วันแรก

ตรวจสอบข้อมูลและประวัติเบื้องต้น
ผู้ดูแลต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ทำงาน และความเหมาะสมกับลักษณะงานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย

สัมภาษณ์ทัศนคติและความรับผิดชอบ
เราประเมินทัศนคติ ความอดทน การสื่อสาร และความเข้าใจต่อครอบครัว เพื่อให้เหมาะกับงานดูแลระยะสั้นและระยะยาว

ทดสอบความเข้าใจงานดูแลพื้นฐาน
ผู้ดูแลต้องเข้าใจการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน สุขอนามัย อาหาร ยา ความปลอดภัย และการสังเกตอาการผิดปกติ

จับคู่ผู้ดูแลตามลักษณะเคส
ทีมงานพิจารณาระดับการดูแล โรคประจำตัว พฤติกรรมผู้ป่วย และความต้องการของครอบครัว เพื่อเลือกผู้ดูแลให้เหมาะสมกับเคส
หัวข้ออบรมที่เน้นใช้ได้จริงหน้างาน
เนื้อหาการอบรมเน้นสถานการณ์จริงที่ผู้ดูแลต้องพบเจอในบ้าน โรงพยาบาล และเคสที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

ADL และการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน
อบรมการช่วยลุกนั่ง เดิน เข้าห้องน้ำ เปลี่ยนท่า และดูแลกิจวัตรประจำวันอย่างปลอดภัย

สุขอนามัยและการป้องกันแผลกดทับ
เน้นการดูแลความสะอาดร่างกาย การเปลี่ยนผ้า การดูแลผิว และการพลิกตะแคงเพื่อลดความเสี่ยงแผลกดทับ

อาหาร ยา และการบันทึกข้อมูลประจำวัน
อบรมการช่วยเตรียมอาหารตามข้อจำกัด การเตือนยา และการบันทึกข้อมูลสำคัญเพื่อรายงานครอบครัว

ความปลอดภัยและการป้องกันการหกล้ม
สอนการจัดสภาพแวดล้อม การประคองเดิน การใช้รถเข็น และการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงในบ้านหรือโรงพยาบาล

การดูแลเคสเฉพาะทาง
เพิ่มความเข้าใจเบื้องต้นสำหรับเคส Stroke, Dementia, Alzheimer’s, ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยหลังผ่าตัด

การสื่อสารกับครอบครัวและทีมรักษา
อบรมการรายงานอาการ การส่งต่อข้อมูล และการประสานงานกับครอบครัว พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ
มั่นใจกับผู้ดูแลที่ผ่านการคัดเลือกและอบรมอย่างเป็นระบบ
ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินเคสเบื้องต้น และรับคำแนะนำรูปแบบผู้ดูแลที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือเคสเฉพาะทางของครอบครัว